ชิมไป ชมไปกับอาหารกรีก3

posted on 28 Nov 2009 20:05 by csbrothers  in Food

สวัสดีค่ะ

กลับมาอีกครั้งกับ CS Brothers คนพี่ กับสาระความรู้เรื่องร้านอาหารในประเทศกรีซนะคะ 

เมื่อครั้งก่อนๆได้เขียนไปแล้วเกี่ยวกับร้านแผงลอยขายขนมคูลู้รี และร้าน Snack Bar นะคะ คราวนี้เราจะมาทำความรู้จักกับร้านขายอาหารประเภทต่อไปกันเลยค่ะ

นั่นก็คือ... 

ร้าน fast food  นั่นเองค่ะ
    ร้านนี้จะขายพวกอาหารคาว แต่ก็ยังเน้นที่ทานง่าย ส่วนใหญ่มีที่ให้นั่งทานกันด้วย ไม่มีค่าเซอร์วิสชาร์จ แต่ว่าต้องรออาหาร ร้านประเภทนี้ ก็มีทั้งที่เป็นร้านที่ขายอาหารกรีก และพวกไก่ทอด แฮมเบอร์เกอร์ก็มีค่ะ
    ร้านที่ขายพวกไก่ทอด นอกจากMc Donald (ที่นี่ขายทั้งกาแฟ และอาหารนะคะ ส่วนเบอร์เกอร์ที่บ้านเราขายกันชิ้นละ 20 บาท ที่นี่ขายชิ้นละ 1 ยูโรค่ะ และไอศครีมที่บ้านเราโคนละ 7-9 บาท ที่นี่ก็ขาย 1 ยูโรเหมือนกันค่ะ) กับ KFC (รู้สึกว่ามีที่ The Mall Athens ที่เดียวนะคะ ที่อื่นยังไม่เห็นค่ะ) ก็ยังมีอีกร้านที่เข้ากับคนกรีกได้ดีกว่า นั่นคือ ร้าน Goody’s ค่ะ เพราะว่าไม่ได้ขายไก่ทอดอย่างเดียว แต่ยังขายสลัด แซนวิช สปาเก็ตตี้ แฮมเบอร์เกอร์ แล้วก็เนื้อย่าง (แบบเชสเตอร์ กริล) ด้วยค่ะ

 

 

ร้านGoody's ที่เธสสะโลนิกิ 

    นอกจากพวกไก่ทอดแล้ว คนกรีกก็นิยมพิซซ่าอีกด้วยค่ะ ดังนั้น ร้านพิซซ่าจึงมีอยู่ตามถนนหนทางเยอะมาก บางร้านก็บริการส่งตามบ้านอย่างเดียว บางร้านก็อาจจะมีที่ให้นั่งทานด้วย ส่วนใหญ่แล้วพิซซ่าที่นี่ไม่เหมือนบ้านเราหรอกค่ะ จะเน้นไปทานราดชีส ใส่เฟต้าอะไรอย่างนี้มากกว่า ไม่ได้มีหน้าฮาวายเอี้ยน มีทเลิฟเวอร์ ซีฟู้ดอะไรอย่างนี้สักเท่าไร หน้าหลักๆของพิซซ่าที่นี่ก็มีดังนี้ค่ะ
    1. พิซซ่าที่ราคาต่อถาดถูกที่สุด (5-7 ยูโรต่อถาด แล้วแต่ร้าน) ซึ่งส่วนประกอบหลักคือพิซซ่าซอสกับชีสนะคะ ที่เหลือก็สั่งเอาว่า จะเอาหน้าอะไรดังนี้ค่ะ
    Μαργαρίτα (มาร์-กา-ริ๊-ตะ)      พิซซ่ามาการิต้า (ใส่แค่พิซซ่าซอสกับชีสเท่านั้นค่ะ)
    Σαλάμι (ซา-ล้า-มี)                 พิซซ่าใส่ไส้กรอกซาลามี่
    Ζαμβόν (ซัม-โบ้น)                พิซซ่าหน้าแฮม
    Μανιτάρια (มา-นิ-ต๊า-เรีย)      พิซซ่าหน้าเห็ดแชมปิยอง

   2. พิซซ่าที่ราคาต่อถาดที่ถือว่าคุ้มราคาที่สุด ถ้าเทียบกับส่วนผสม (7-9 ยูโรต่อถาด แล้วแต่ร้าน) ซึ่งส่วนประกอบหลักคือพิซซ่าซอสกับชีสนะคะ ที่เหลือก็สั่งเอาว่า จะเอาหน้าอะไรดังนี้ค่ะ    
   Special                                    พิซซ่าที่ใส่ทั้งแฮม เบคอน ไส้กรอก พริกหวาน เห็ด
   Χωριατική (โคฮ*- ริ-อา-ติ-กี้)    พิซซ่าพื้นบ้าน ใส่เฟต้าชีส ไส้กรอกซาลามี่ พริกหวาน และมะกอก

***หมายเหตุ ตัว Χ หรือ χ ออกเสียง ค แบบขึ้นจมูกนิดๆคล้าย ฮ แต่ไม่ได้ออกเสียงเหมือน ฮ เลยต้องใส่เสียงควบเป็น คฮ ไว้ค่ะ คือนับว่าเหมือนพยัญชนะตัวเดียวค่ะ ถึงแม้ว่า ในภาษาอังกฤษจะถอดออกมาเป็นตัวh ก็ตาม แต่ไม่ได้หมายความว่า เวลาอ่านออกเสียงต้องออกเป็น "ฮ" นะคะ ไม่อย่างนั้น คำว่าไม่ใช่ในภาษากรีก คือ όχι คงต้องออกเสียงเป็น "โอ้-ฮี" แน่นอน 555+ ***

ร้านFast Foodกรีกค่ะ จะสังเกตุได้ว่าข้างหน้าร้านจะมีเนื้อย่างหมุนๆอยู่หน้าร้านค่ะ (โปรดสังเกตุลูกศรสีแดงค่ะ) 


    นอกจากร้านที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังมีร้านฟาสฟู้ดที่ขายอาหารกรีกอยู่เป็นจำนวนมากค่ะ ซึ่งร้านพวกนี้นี่เองที่ขายซูฟลากี้ แล้วก็πίτα γύρο (ที่บางคนเรียกว่าเคมบับน่ะค่ะ) ร้านพวกนี้จะมีที่ให้นั่งทาน ไม่เสียค่าเซอร์วิสชาร์จ แต่ต้องรออาหาร เพราะว่า ทางร้านจะทำให้เราสดๆตรงนั้นเลยค่ะ ร้านพวกนี้จะมีสัญลักษณ์คือ เวลาเรามองเข้าไป จะเห็นว่ามีเนื้อหมู หรือเนื้อไก่เป็นชั้นๆใหญ่เบ้งเสียบแท่งเหล็กใหญ่ๆหมุนอยู่(หรืออาจจะหยุดหมุนไปแล้ว)อยู่ในร้าน สิ่งนั้นแหละค่ะที่คนกรีกเค้าเรียกว่า γύρο (กิ-โร) จะเป็นหมูหรือไก่ก็เรียกกันไปตามชื่อ ทีนี้เวลาสั่ง เราก็สั่งว่าจะให้ใส่แป้ง πίτα หรือว่าจะใส่จานมาก็ได้ค่ะ ถ้าใส่แป้ง ราคาก็จะประมาณอันละ 1.5-2 ยูโร แต่ว่าถ้ามาเป็นจาน จะมีมันฝรั่งทอด แป้งπίτα(หั่นเป็นชิ้นๆ) หอมใหญ่ มะนาว(ไว้บีบราดบนเนื้อ) แล้วก็ใส่ซอส “Τζατζίκι" (จา-จิ๊-กิ)”มาให้ค่ะ ราคาประมาณ 5-7 ยูโรค่ะ ซึ่งΤζατζίκιก็คือซอสกรีกชนิดหนึ่ง ทำมาจากโยเกิร์ตผสมน้ำกระเทียม แตงกวา และต้นหอมค่ะ ตัวซอสจะเป็นสีขาวแซมด้วยสีเขียวของต้นหอม รสชาติมันๆ เผ็ดๆนิดหน่อย ออกรสกระเทียม ซึ่งถ้าทานมากๆอาจจะมีกลิ่นกระเทียมติดปากได้ (หมายเหตุ คำว่า Τζατζίκι เวลาถอดออกมาเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษจะเขียนว่า Tzatziki ซึ่ง เวลาอ่านออกเสียงอาจจะเพี้ยนเป็นคำอื่นได้ ซึ่งพวกเราเห็นมากับตาเลยค่ะ ว่าอ่านออกเสียงผิดเป็น "ทาชิกิ" กลายเป็นเหมือนญี่ปุ่นไปซะอย่างนั้น จึงขอย้ำกับเพื่อนๆอีกครั้งนะคะว่าคำนี้อ่านออกเสียงว่า"จา-จิ๊-กิ" ค่ะ เนื่องจากตัว "Τζ" ในภาษากรีก อ่านออกเสียงเป็นตัว "จ" ในภาษาไทยค่ะ)

 


ส่วนσουβλάκι (ซู-ฟลา-กี้) นั้น คือหมูย่างของกรีกค่ะ ถ้าเป็นไก่ย่างเป็นไม้ๆเสียบ เรียกว่า σουβλάκι κοτόπουλο เสียบไม้เสียบลูกชิ้น ย่างแล้วทาน้ำมันกับโรยเครื่องเทศลงไป เวลาสั่งทาน จะสั่งแบบมาเป็นไม้ๆก็ได้ค่ะ ไม้ละ 1.2-1.8 ยูโร หรือว่าจะใส่ในแป้ง πίτα ก็ได้ หรือว่าจะสั่งแบบใส่จานและมีพวกเครื่องเคียงมาก็ได้ค่ะ ถ้าใครสั่งเป็นจาน มักจะได้σουβλάκι ประมาณ 3-4 ไม้ กับมันฝรั่งทอด แป้งπίτα(หั่นเป็นชิ้นๆ) หอมใหญ่ มะนาว(ไว้บีบราดบนเนื้อ) แล้วก็Τζατζίκιค่ะ ราคาก็ประมาณจานละ 4-7 ยูโรเหมือนกันค่ะ ถ้าถามว่าทานแบบไหนคุ้มสุด ถ้าไปคนเดียว สั่งแบบใส่แป้งจะคุ้มกว่าค่ะ แต่ว่าถ้าไป 2 คนแล้วแต่ละคนทานเก่งๆกันละก็ ซื้อเป็นจานมา 1 จานแล้วแบ่งกันทานค่ะ ถึงจะแพงกว่า แต่ว่าได้เนื้อเน้นๆเลยค่ะ ได้เยอะกว่าสั่งใส่แป้งมาค่ะ


นอกจากอาหารที่กล่าวมาแล้ว พวกเนื้อสัตว์ก็ยังมีอีกหลายอย่างให้ลองสั่งมาทานกันค่ะ ตัวอย่างเช่น
μπιφτέκι(บีฟ-เต๊-กิ) เนื้อสับคลุกเครื่องเทศปั้นแล้วนำไปย่าง
μπριζολάκια (บริ-โซ-ล้า-เกีย) เนื้อหมูติดกระดูกย่าง
λουκάνικο (ลู-ค้า-นิ-โกะ)    ไส้กรอกกรีกย่าง

นอกจากนี้ ถ้ามากันหลายๆคนแล้วอยากทานหลายๆอย่าง อย่างนี้นิด อย่างนั้นหน่อย เราก็สามารถสั่งได้ว่า เอาอาหารชุดสำหรับ 2ที่ ได้ค่ะ ภาษากรีก คือ ποικιλία δύο ατόμων (ปิ-คี๊-เลีย-ดี๊-โอ-อะ-โต๊-โมน) ซึ่งเมื่อสั่งมาจริงๆแล้วไม่ได้หมายความว่าให้รับประทานกัน 2 คนจริงๆหรอกค่ะ เพราะว่าปริมาณค่อนข้างเยอะสำหรับกระเพาะไทยๆ 2 กระเพาะ เมื่อทานแล้วอาจจะอืดตั้งแต่เช้าถึงเย็นเลยก็ได้ค่ะ ถ้าคิดจะสั่งจริงๆ มากัน3คนขึ้นไปน่าจะดีกว่าค่ะ เพราะว่า นอกจากปริมาณจะเยอะแล้ว ราคายังค่อนข้างสูงอีกด้วยค่ะ (ประมาณ 11-15 ยูโร ต่อจานทีเดียว)

ใครอยากทานอะไร เวลามาเที่ยวกรีซก็เชิญเลือกสั่งกันได้ตามกำลัง(ทรัพย์ในกระเป๋า)เลยนะคะ สำหรับคราวหน้าจะเป็นร้านอาหารประเภทไหน อดใจรอไม่นานค่ะ สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ

ปล. อยากจะถามเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านค่ะ ว่าถ้าพวกเราจะเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับภาษากรีก เพื่อนๆมีใครสนใจบ้างไหมคะ คือจริงๆแล้ว พวกเราใช้ภาษากรีกกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว (ทั้งเรียนเป็นภาษากรีก อ่านตำรากรีก สอบเป็นภาษากรีก มีเพื่อนเป็นคนกรีก ภาษากรีกได้ใช้ทุกวันอยู่แล้วค่ะ)  แต่ไม่ได้คิดว่าจะมีใครสนใจอยากเรียนภาษากรีกสักเท่าไรนัก ก็เลยอยากเขียนเรื่องราวทั่วๆไปเกี่ยวกับที่นี่ให้ได้อ่านกันมากกว่าค่ะ หรือเพื่อนๆว่ายังไงคะ

 

Creative Commons License
ชิมไป ชมไปกับอาหารกรีก3 โดย CS Brothers อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

edit @ 29 Nov 2009 14:15:44 by CS Brothers

รีวิวเคส Made in Thailand

posted on 22 Nov 2009 00:50 by csbrothers  in Life

สวัสดีครับ หายหน้าหายตากันไปนานเลยทีเดียวเชียว
ไม่ได้ตั้งใจจะดองบล๊อกหรอกนะ แต่มันไม่ว่างจริงๆ
ยังดีที่สัปดาห์ที่ผ่านมามีวันหยุดที่เรียกว่า “โพลี่เตคเนีย”

เรียกง่ายๆในแบบฉบับของผมก็ “วันครบรอบตำรวจทำปืน(รถถัง)ลั่นใส่เด็กนักเรียน” 

อยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมก็กดเข้าไปดูได้ที่ Wikipedia ละกันเน้อ

วันนี้มาพบกันอีกครั้งก็มีเรื่องมาเล่าอีกแล้ว เรื่องนี้มีชื่อว่า MADE IN THAILAND

ถ้าให้คิดถึงของที่จะส่งออกจากไทยไปเมืองนอก ก็จะเป็นพวกของกินใช่ไหมครับ

ถ้าจะให้ออกนอกกรอบเท่าที่จะคิดได้ที่สุดก็เครื่องใช้ไฟฟ้า S*ny  (เดี๋ยวนี้ S*ny เค้าผลิตที่ไทยด้วยเน้อ)

แต่วันนี้ผมขอเสนอมิติใหม่ของสินค้าส่งออกไทย นั่นคือ

แต่น
.
.
แตน
.
.
.
แต๊นนนนนนนนนน…….  (นี่ลื้อเล่นเพิ่มความยาวหน้ากันง่ายๆงี้เลยนะ)

เคสคอมพิวเตอร์ครับ


เคสคอมพิวเตอร์ก็คือเจ้ากล่อง 4 เหลี่ยมหน้าตามู่ทู่ เอาไว้ใส่ของลงไป ประกอบเป็นคอมพิวเตอร์นั่นหล่ะ

หลายๆคนชอบเรียกเจ้าเคสเนี่ย ว่า CPU ผมก็ไม่รู้ว่าด้วยเหตุผลกลใดใครมันเริ่มคิดเหมือนกัน เพราะจริงๆแล้ว CPU (Central Processing Unit) มันหมายถึงชิพที่ใช้ประมวลผล เป็นชิพเล็กๆอยู่ในเคสนั่นหล่ะ

จะว่าไปแล้วก็ขอโยงไปหน่อยละกัน ไม่รู้ทำไมคนไทยชอบเรียก Desktop-PC (เดสก์ทอป พีซี) ว่า PC แล้วเรียก Notebook-PC ว่าโน็ตบุ๊ค ทั้งๆที่ Notebook มันก็เป็น PC เหมือนกันนั่นหล่ะ

อนึ่ง PC ย่อมาจาก "Personal Computer" หรือ "คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล" น่อ เผื่อใครไม่รู้

กลับมาที่เรื่องราวเกี่ยวกับเคสของเรากันต่อ

ก็เรื่องมันมีอยู่ว่าผมไปได้ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์มือ2มาในราคาประหยัด แต่ทว่ามันมาแค่ไส้ใน แต่ไม่มีเคสกับตัวจ่ายไฟ (Power Supply) มาให้ จึงเริ่มปฏิบัติการหาของถูกโดยพลัน

ตามปกติแล้ว ผมจะมีร้านประจำอยู่ เป็นร้านที่สั่งของผ่านอินเตอร์เนต แล้วเค้าจะมาส่งให้ที่ร้านซึ่งเป็นคูหาเล็กๆ ไม่มีหน้าร้าน มีแต่ที่รับของ ซึ่งเป็นอะไรที่สะดวก แล้วก็ถูกเงินมากๆ เนื่องจากทางร้านก็ไม่ต้องจัดหน้าร้าน ไม่ต้องเอาของมาวางโชว์ ไม่ต้องสต็อกของไว้ที่ร้าน มีแค่โกดังใหญ่ ใครสั่งของก็เอาไปส่งตามที่อยู่ หรือไม่ก็ไปรับของกันที่สาขาย่อยๆสำหรับรับ-ส่งของแค่นั้น

แต่ก็เป็นปกติของร้านค้าครับ ย่อมต้องมีของหมดสต็อกเป็นธรรมดา

ด้วยความที่จะรีบใช้คอมก็เอาล่ะสิ จะหาจากไหนล่ะทีนี้ เลยคิดไปถึงร้านเจ้าประจำเบอร์2 ซึ่งร้านนี้จะขายของแพงกว่าร้านแรก เพราะเค้ามีหน้าร้าน สามารถเดินเข้าไปเลือกดูเลือกซื้อได้เลย แต่ก็มีของบางอย่างที่ต้องสั่งผ่านอินเตอร์เนตเพราะเค้าไม่มีสต็อกไว้ที่ร้านเหมือนกัน ก็เปิดเจอเข้ากับเคสยี่ห้อของร้านนี้เลยครับ ซึ่งหน้าตาดูน่าไว้วางใจมากๆ อีกทั้งผมเคยเห็นตัวจริงมาแล้วด้วย ยังก่อนยังไม่หมด เคสตัวนี้ยังแถมตัวจ่ายไฟหรือ Power Supply มาให้อีกต่างหาก ถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว

มาดูที่ราคากันบ้าง โห เคสขนาดกลาง แต่ราคา41ยูโร ตีเป็นเงินไทยก็ราวๆ 2,050บาท ซึ่งถือว่าถูกนะครับ สำหรับเคสคอมพิวเตอร์ในประเทศนี้ ยิ่งแถม Power Supply ด้วยยิ่งคุ้มเข้าไปใหญ่ ผมเลยตัดสินใจสั่งมันไปโลดด~ ใช้เวลาประมาณ 2วันของก็ถูกส่งมาที่ร้าน แล้วทางร้านก็จะโทรมาบอกเราว่าของมาถึงแล้ว มารับได้เลยค่ะ (ส่วนใหญ่ร้านนี้คนโทรจะเป็นพนักงานหญิง) เราก็เดินเอาตังค์ไปจ่ายแล้วหิ้วของกลับบ้านได้เลย

สาเหตุที่ผมเลือกไปรับที่ร้านเพราะไม่รู้ว่าในตัวเคสจะมีอุปกรณ์อะไรให้บ้าง ขาดเหลืออะไรจะได้ซื้อมาเพิ่มได้ทันทีครับ ไม่ต้องเสียค่ารถออกไปหลายๆรอบ ประหยัดไปอีกทาง

จะว่าไปแล้วก่อนหน้าที่จะสั่ง ผมก็พอจะรู้อยู่บ้างแล้วว่าเคสของร้านนี้มันผลิตในประเทศไทย แต่ถ้าให้เทียบกับของอีกร้าน(ที่ของหมด) ของร้านนั้นเป็นเคสจีนแน่นอน ยังไงผมก็มั่นใจของไทยมากกว่าจริงไหมครับ งั้นมาดูกันเลยดีกว่า

ไปถึงที่ร้านก็ไม่แปลกใจครับ อย่างที่รู้มาแล้วว่าเป็นของผลิตในไทย ตัวกล่องเขียนหราเลยครับ ว่า MADE IN THAILAND

ก่อนจะจ่ายเงินก็ต้องเช็คของกันหน่อย พอเปิดออกมาก็พบว่าในเคสไม่มีพัดลมให้สักตัว เลยต้องซื้อเพิ่มกันอีก (ในใจเริ่มคิด ร้านมันวางยาป่าวเนี่ย ซื้อเคสมันถูกๆ จะได้ซื้ออุปกรณ์เสริมเยอะๆ)

แต่ก็เรียบร้อย จ่ายไป 41ยูโรค่าเคส บวกกับพัดลมอีก 4.5ยูโร ขึ้นรถเมล์กลับบ้านสบายใจ สบายกระเป๋า เพราะมันแทบไม่เหลืออะไรในนั้นแล้ว T^T

 

กลับมาถึงบ้านก็แกะกล่องกันโลดด~
เปิดกล่องมาก็พบกับแพ็คเกจทั่วไปของเคสคอมพิวเตอร์ล่ะครับ โฟมกันกระแทก ถุงหุ้มกันฝุ่น


แกะหีบห่อออกก็จะพบกับเคสหน้าตาสวยงามดังนี้แล (สวยไม่สวย โดนเข้าไป2,000กว่าบาทก็ต้องสวยล่ะครับ)



เปิดฝามาก็เจอแบบนี้
มีช่อง 5นิ้วให้ 5 ช่อง กับ 3.5นิ้วอีก 2 ช่อง

 


มาพร้อมกับ USB 2.0 2ช่อง, front panel audio, พร้อมทั้ง Firewire ให้อีกหนึ่งช่อง ถือว่าอุปกรณ์ครบครันมากครับ สำหรับเคสราคาแค่นี้



เปิดมาดูด้านในกันบ้าง ด้านในก็ทั่วไปล่ะครับ มีน๊อตมาให้ถุงนึง แล้วเคสตัวนี้ก็แถม Power Supply มาด้วย ที่เป็นกล่องสายไฟอยู่ด้านซ้ายบนนั่นหล่ะ

ขนาด Power Supply ก็ยัง Made in Thailand นะจ๊ะ

เนื่องจากเคสไม่มีพัดลมแถมมาให้สักตัว เลยถือโอกาสติดเองซะเลย

เราก็เลือกสีที่ชอบได้ล่ะครับ
จริงๆเคสเทาน่าจะเข้ากับสีน้ำเงินน่ะนะ แต่ผมว่ามันคนจะจืดไป หาอะไรแปลกใหม่ หน่อยละกัน มันต้องสีเขียวโลด~


ขอเอาของพี่ไทย เทียบกับมาตราฐานสากลโลกหน่อยละกัน
เครื่องสีดำนี่ก็ไม่ใช่ของใครอื่นครับ ของ CS Brothers คนพี่นี่เอง (แต่ฝีมือการประกอบน่ะผมเป็นคนทำ)
เมื่อเอา Thermal Take Mambo มาเทียบกับ Multirama MADE IN THIALAND

 

เนื่องจากเสปคที่ได้มาค่อนข้างกินไฟทีเดียว เกรงว่า Power Supply ที่แถมมานี่มันจะจ่ายไฟไม่พอเอา ผมเลยสลับเอาจากเครื่องพี่มาใช้แทน (เนียนไหมล่ะ)
ถึงจะเห็นว่าตัวเลขวัตต์ที่บอกไว้มันเท่ากันก็จริง แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะครับ ว่าตัวสีดำยี่ห้อ Thermal Take เนี่ย เฉพาะตัวนี้ตัวเดียวก็แพงกว่าเคส Multirama ทั้งเคสแล้ว ฉะนั้นการันตีได้เลยว่าจ่ายไฟเต็มเม็ดเต็มหน่วย และจ่ายไฟนิ่งแน่นอน

 

ถ้าจะดูคุณภาพไม่ต้องดูอะไรมาก ดูแค่เนื้องานกับปริมาณสายไฟที่ให้มาก็รู้แล้วล่ะครับ เหอๆๆ

 

และนี่คือเมื่อประกอบเสร็จแล้วครับ
ถือว่าข้างในก็ใหญ่ไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะเนี่ย



จะบอกว่าการประกอบเป็นไปอย่างยากลำบากมาก ถึงที่ใส่ DVD-Writer กับ Harddisk จะเป็นรูปแบบ tool free ก็ตาม แต่จุดล็อคที่ได้มานั้น มันไม่ตรงกับมาตราฐานสากลสักเท่าไหร่นัก ไอ้จะแงะออกมาก็กลัวพลาสติกล็อคจะหักเอา เลยต้องจำใจใส่มันไปทั้งอย่างงั้นหล่ะ

นอกจากนั้น บรรดารูน็อตต่างๆดูจะไม่ค่อยตรงตามที่มันควรอยู่เท่าไหร่ เวลาไขเข้าไปนี่รู้สึกได้เลยว่ามันขัดๆ และไม่อยู่กับร่องกับรอยเท่าไหร่นัก

ส่วน Power Supply ที่แถมมา ถึงจะใช้งานได้ก็จริง แต่มีเสียงไฟฟ้าหวี่ๆตลอดเวลา เปิดเครื่องแล้วรำคาญพิลึกเหมือนกัน

ข้อดีเท่าที่เห็นสำหรับเคสตัวนี้ก็คือมันใหญ่กว่าตัวอื่นในราคาเท่าๆกัน และมีอุปกรณ์มาให้เพียบพร้อมทีเดียว แถมประกอบเสร็จน็อตยังเหลือเป็นกระบุง ให้มามากมายเลยทีเดียว ถือว่าไม่เลวเลยล่ะครับ สำหรับราคา41ยูโร
อยากบอกว่าไทยเรา ทำอะไรก็ไม่แพ้ชาติไหนในโลกเหมือนกันนะครับ แต่ถ้าคุมคุณภาพให้ดีกว่านี้ได้อีกล่ะก็สุดยอดเลย

เอนทรี่นี้ก็เท่านี้หล่ะ ไม่รู้จะพิมพ์อะไรต่อแล้ว
พบกันใหม่โอกาสหน้า สำหรับวันนี้ สวัสดีครับ

 

 

Creative Commons License
รีวิวเคส Made in Thailand โดย CS Brothers อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

edit @ 9 Dec 2009 00:39:48 by CS Brothers

ชิมไป ชมไปกับอาหารกรีก2

posted on 17 Oct 2009 20:15 by csbrothers  in Food

สวัสดีค่ะกลับมาพบกันอีกครั้งกับ CS Brothers คนพี่ค่ะ

วันนี้ก็กลับเข้ามาสู่หัวข้อดั้งเดิมที่เขียนค้างไว้ตั้งแต่เปิดบล็อกนะคะ นั่นก็คือ ชิมไป ชมไปกับอาหารกรีก นั่นเองค่ะ วันนี้ขอแนะนำให้ทุกท่านรู้จักกับสถานที่ขายอาหารกรีกแบบที่ 2 ค่ะ

นั่นก็คือ

แต่น..แตน..แต๊น... 

ร้าน snack bar นั่นเองค่ะ แต่เอ...แล้วมันต่างกันกับไทยยังไง เราจะเล่าให้อ่านกันค่ะ

ร้านนี้จะขายอาหารทั่วไปที่ถือไปทานได้ พร้อมกับขายเครื่องดื่มด้วย บางครั้งจะมีราคาขายเป็นชุด คืออาหารพร้อมเครื่องดื่ม สนนราคาก็ตั้งแต่ชุดละ 3 ยูโร(ประมาณ 150 บาท)ไปจนถึง7-8 ยูโรกันเลยทีเดียว ตัวอย่างอาหารที่ขายที่ร้านนี้ เช่น พายชนิดต่างๆ ครัวซองค์ พิซซ่า แซนวิช(อาจจะมาเป็นwrap ด้วยแป้งพิต้า หรืออาจจะใส่ในขนมปังฝรั่งเศสอันเล็กมาให้ โดยเราสามารถเลือกไส้ได้เอง ว่าอยากจะได้อะไรบ้าง ส่วนใหญ่ ก็ราคา 30-50 เซ็นต์ต่อไส้ บวกขนมปังด้วยก็อย่างน้อยชิ้นละ 2 ยูโรขึ้นไปแน่นอนค่ะ) ส่วนเครื่องดื่มก็มีหลายแบบไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม นม โยเกิร์ต น้ำผลไม้(ทั้งแบบสดและกล่อง) กาแฟ(ทั้งร้อนและเย็น) แล้วก็ยังมีพวกขนมหวาน เช่นโดนัท เค้ก ฯลฯด้วยค่ะ
นักท่องเที่ยวบางคนก็อาศัยร้านพวกนี้แหละค่ะฝากท้องยามหิว เนื่องจากไม่ต้องรอนาน ไม่มีค่าเซอร์วิสชาร์จ ราคาไม่แพงมาก บางร้านมีที่ให้นั่งทาน(แบบเป็นกึ่งนั่งกึ่งยืน) ถ้าเป็นจุดพักรถก็จะมีโต๊ะให้นั่งทานด้วย บางคนจึงเข้าใจผิด คิดว่าเป็นร้านอาหารไปเลยก็มีค่ะ
คราวนี้ก็ถึงเวลาสั่งอาหาร ส่วนใหญ่ ก็ไม่มีอะไรยากค่ะ ศัพท์บางตัวก็ใช้ทับศัพท์ไปเช่น แซนวิช ครัวซองค์ พิซซ่า โดนัท เค้ก แต่ถ้าเราต้องการอะไรที่ไม่ใช่พวกนี้ก็มาเรียนรู้ศัพท์กันหน่อยก็ดีนะคะ
ภาษากรีก            คำอ่าน                          คำแปล
πίτα                   ปิ๊-ต่ะ                            พาย
σπανακόπιτα     สปา-นา-โค้-ปิ-ต่ะ          พายปวยเล้ง 
τυρόπιτα           ติ-โร้-ปิ-ต่ะ                    พายชีส(ใส่ชีสเฟต้า)


ทีนี้เวลาสั่งพาย บางครั้งคนขายก็จะถามว่า απλή ή στριφτή (อับ-ลี อิ๊ สตริฟ-ตี้) คือเค้าถามว่า จะเอาแบบพายที่เป็นชิ้นปกติ(สี่เหลี่ยม ครึ่งวงกลม สามเหลี่ยม) หรือเอาเป็นแบบกรีก คือเป็นพายที่ทำโดยเอาแป้งพายรีดให้แบนมาใส่ไส้แล้วม้วน(แบบม้วนซูชิ แต่ว่ายาวกว่านั้นค่ะ)เมื่อม้วนเป็นแท่งกลมๆแล้วก็ม้วนขดกันแบบขดเชือกอีกรอบค่ะก็ออกมาเป็นพายแบบ στριφτή นั่นเองค่ะ แนะนำว่าถ้าอยากทานให้อร่อยและได้แบบต้นตำรับให้สั่งแบบ στριφτή นะคะ แต่ราคาก็จะสูงกว่าด้วยเหมือนกัน

พายแบบ στριφτή 

ส่วนพวกเครื่องดื่มนี้ มักจะหยิบจากตู้แช่เอา ไม่น่าจะมีปัญหาหรอกค่ะ ถึงอ่านไม่ออก ก็ดูจากรูปได้ จริงไหมคะ
ส่วนราคาอาหารคร่าวๆ ก็คือ พายชิ้นละ 1.2-2.8 ยูโร แซนวิช(แบบใส่ขนมปังบาเก็ต) ประมาณ 2.5-3.5 ยูโร แฮมเบอร์เกอร์ ประมาณ 2.5-4 ยูโร น้ำอัดลม(330 มล) กระป๋องละ1-1.5 ยูโร น้ำผลไม้ 250มล. กล่องละ 1 ยูโร 500 มล. กล่องละ 1.5-2 ยูโร น้ำดื่ม500มล. ขวดละ 50-70 เซ็นต์ ถ้า1.5ลิตรก็ประมาณ 0.9-1.5 ยูโรค่ะ (ราคาล่าสุดนะคะ)
ร้านพวกนี้มีอยู่เยอะตามหัวมุมถนนค่ะ ส่วนร้านsnack barที่มีหลายสาขาทั่วประเทศก็เช่น Grigoris (Γρηγόρης) เป็นต้นค่ะ ขนาดในสนามบินยังมีร้านΓρηγόρηςเลยค่ะ

 

 

ร้านSnack Bar ตรงหัวมุมถนนที่กลางเมืองยานนีน่า ข้างที่ว่าการเมืองค่ะ 

 

เรื่องสถานที่ขายอาหารไม่ได้จบแต่เพียงเท่านี้นะคะ ยังจะมีคลอดออกมาอีกหลายตอนค่ะ แต่จะเป็นสถานที่แบบไหน อดใจรอไม่นานค่ะ โปรดติดตามตอนต่อไป เร็วนี้ค่ะ

สำหรับวันนี้ สวัสดีค่ะ ขอพระเจ้าอวยพรทุกๆท่านค่ะ

 

Creative Commons License
ชิมไป ชมไปกับอาหารกรีก2 โดย CS Brothers อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

edit @ 7 Dec 2009 12:51:07 by CS Brothers